ช่วงนี้ต้องรีบๆ เขียนเก็บไว้เดี๋ยวลืมก่อน มื้อแรกๆ พวกนี้ตอนทำไม่ได้คิดจะเขียนไว้ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ รูปกับข้าวเดี๋ยวรอดูมื้อถัดๆ ไปละกันนะ
หุงข้าว
ส่วนประกอบ
คำแนะนำบอกว่าให้ซาวข้าวก่อนหนึ่งครั้ง ก็ทำตามล่ะ เราก็เอาไอ้หม้อข้างในหม้อหุงข้าวมาเลย จะได้ไม่เปลืองกะละมัง ใส่ข้าวไปพอประมาณ เพราะเดี๋ยวหุงเยอะเกินกินไม่หมด เทน้ำใส่เพื่อทำความสะอาดข้าวจากโรงสี (ผมก็ไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่าซาวข้าวมันคืออะไรอะนะ) เอามือไปจุ่มๆ คนๆ พอเท่ๆ พอน้ำเป็นสีขาว (อย่าคิดลึกเช่นเคย) ก็เอามือไปแปะขอบเอาไว้กันข้าวหล่น แล้วเทน้ำทิ้งให้เรียบร้อย
สเต็ปถัดมาเค้าบอกให้ใช้อัตราส่วนข้าวหนึ่งน้ำหนึ่ง ตอนตวงผมใช้ชามน้ำจิ้มตวงพอดีก็เลยเอาชามเดิมนี่ล่ะวัด หลังจากนั้นก็เอาหม้อเล็กไปใส่หม้อใหญ่ ปิดฝา เสียบปลั้ก ทีนี้หม้อหุงข้าวมันจะมี 2 สเตท (ศัพท์หรูซะ) เหมือนกับกาน้ำ คือ Boil กับ Warm (บางทีอาจเขียนเป็น Cook แทน) ก็คือถ้าอยากหุงข้าวให้ปรับไปที่ Cook รอจนมัน Cook เสร็จก็จะเด้งมาที่ Warm ให้ เพื่อให้มันอุ่นตลอดเวลา เค้าบอกว่าหุงเสร็จแล้ว (คือเปลี่ยนสเตทแล้ว) รออีกสิบนาที ช่วงนี้ก็ไปทำกับข้าวรอพลางๆ
ผัดแอสพารากัส+ข้าวโพดอ่อน ใส่หมูกับไส้กรอก
ส่วนประกอบ
หลังจากนั้นก็เตรียมอาหารครับ เอาผักมาล้างก่อน กะปริมาณว่ากูกินคนเดียวไม่เหลือไปมื้อหน้า ล้างผักล้างยังไงนี่ผมก็ไม่รู้ครับ ที่ทำก็เปิดน้ำแล้วก็เอาผักไปผ่านๆ น้ำ ถูๆ นิดนึงก็น่าจะโอเค แล้วก็เอาเขียงมาตั้ง แล้วก็หั่นผักลงไป ไม่ต้องชิ้นเล็กนักเพราะนี่คือหั่น ไม่ใช่ซอย จะหั่นตรงหั่นสวยก็ช่างมันไม่ต้องสนใจเพราะเรากินคนเดียว เมื่อผักพร้อมก็ถึงคิวของหมู
เปิดตู้เย็นเอาหมูบดออกมา ทีนี้สายตาผมไปเจอไส้กรอกพอดีก็เลยคิดว่าเราน่าจะผัดกะไส้กรอกด้วย ก็เอาออกมาทั้งคู่ สำหรับหมูให้แกะพลาสติกที่มันหุ้มถาดออก แล้วเอาช้อนตักๆ ให้มันเป็นก้อนๆ หน่อย แยกใส่ชามไว้ตะหาก ผมไม่ได้ล้างนะไม่รู้จะล้างยังไงก็ช่างมัน กินหมูไม่ล้างคงไม่ตายหรอก เค้าคงล้างมาแล้วมั้ง ไส้กรอกนี่มันจะมีพลาสติกหุ้ม ก็ใช้มีดกรีดตามยาว แล้วดึงพลาสติกออก หั่นไส้กรอกเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะเราจะเอามาผัดไม่ได้เอามาทอด ไส้กรอกจะให้สวยต้องหั่นเฉียงๆ แบบที่ร้านเค้าทำ มันจะดูชิ้นนึงยาวขึ้น
เมื่อน้ำมันร้อนพอเพียง (ร้อนพอเพียงนี่ก็ต้องกะเอาเองอยู่ดี) ก็เอาส่วนผสมที่น่าจะสุกยากที่สุด ก็คือเนื้อลงไปก่อนเลย เอาช้อนตักลงไปเป็นก้อนๆ ระวังว่าหมูลงน้ำมันร้อนมันจะกระเด็นนะครับ ก็รีบๆ หย่อนลงไปให้หมดแล้วเดินหลบๆ ออกมาซักเมตรนึงจะเป็นระยะปลอดภัย เอาตะหลิวคอยพลิกด้วยไม่งั้นหมูมันจะไหม้ข้างเดียว พอหมูเริ่มใช้ได้ก็เอาไส้กรอกลงไปทำแบบเดียวกัน ทอดไปซักพักพอหน้าตามันเริ่มจะสุกแล้ว ก็ค่อยเอาผักลงครับ เทลงไปทีเดียวหมดเลย
ก็ผัดๆ คนๆ ซักหน่อย จากนี้ก็ถึงคิวใส่ซอสทั้งหลาย คือน้ำปลา กับน้ำมันหอย น้ำมันหอยมันจะดูง่ายหน่อยเพราะสีมันเข้ม ก็ผัดไปซักพักจนผักมันเปื้อนน้ำมันหอยหมด ผมชอบผัดผักน้ำเยอะๆ ก็เปิดน้ำ (เอาน้ำก๊อกก็ได้ ไม่ต้องขนาดสปริงเคิล หรือมิเนเร่) ใส่ไปซักนิด พอมันน่าจะกินได้แล้ว ก็ปิดเตา ถ้ากระทะมันยังเดือดปุดๆ อยู่เสียวจะร้อนก็ทิ้งไว้รอมันเย็น เทใส่จาน เท่านี้จานแรกก็เรียบร้อย
ไข่ดาว
ส่วนประกอบ
ผลลัพธ์+การปรับปรุง
สรุปว่ามื้อแรกที่ผ่านมาก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมก็ยังมีชีวิตรอดมาเขียนบล็อกได้ไม่มีอาการอาหารเป็นพิษแต่อย่างใด (กูก็เก่งเหมือนกันแฮะ) รายการการปรับปรุงมีดังนี้
หุงข้าว
ส่วนประกอบ
- ข้าวสาร
- น้ำ
คำแนะนำบอกว่าให้ซาวข้าวก่อนหนึ่งครั้ง ก็ทำตามล่ะ เราก็เอาไอ้หม้อข้างในหม้อหุงข้าวมาเลย จะได้ไม่เปลืองกะละมัง ใส่ข้าวไปพอประมาณ เพราะเดี๋ยวหุงเยอะเกินกินไม่หมด เทน้ำใส่เพื่อทำความสะอาดข้าวจากโรงสี (ผมก็ไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่าซาวข้าวมันคืออะไรอะนะ) เอามือไปจุ่มๆ คนๆ พอเท่ๆ พอน้ำเป็นสีขาว (อย่าคิดลึกเช่นเคย) ก็เอามือไปแปะขอบเอาไว้กันข้าวหล่น แล้วเทน้ำทิ้งให้เรียบร้อย
สเต็ปถัดมาเค้าบอกให้ใช้อัตราส่วนข้าวหนึ่งน้ำหนึ่ง ตอนตวงผมใช้ชามน้ำจิ้มตวงพอดีก็เลยเอาชามเดิมนี่ล่ะวัด หลังจากนั้นก็เอาหม้อเล็กไปใส่หม้อใหญ่ ปิดฝา เสียบปลั้ก ทีนี้หม้อหุงข้าวมันจะมี 2 สเตท (ศัพท์หรูซะ) เหมือนกับกาน้ำ คือ Boil กับ Warm (บางทีอาจเขียนเป็น Cook แทน) ก็คือถ้าอยากหุงข้าวให้ปรับไปที่ Cook รอจนมัน Cook เสร็จก็จะเด้งมาที่ Warm ให้ เพื่อให้มันอุ่นตลอดเวลา เค้าบอกว่าหุงเสร็จแล้ว (คือเปลี่ยนสเตทแล้ว) รออีกสิบนาที ช่วงนี้ก็ไปทำกับข้าวรอพลางๆ
ผัดแอสพารากัส+ข้าวโพดอ่อน ใส่หมูกับไส้กรอก
ส่วนประกอบ
- หน่อไม้ฝรั่งหั่น
- ข้าวโพดอ่อนหั่น
- หมูบด
- ไส้กรอก
- น้ำมัน น้ำปลา น้ำมันหอย
หลังจากนั้นก็เตรียมอาหารครับ เอาผักมาล้างก่อน กะปริมาณว่ากูกินคนเดียวไม่เหลือไปมื้อหน้า ล้างผักล้างยังไงนี่ผมก็ไม่รู้ครับ ที่ทำก็เปิดน้ำแล้วก็เอาผักไปผ่านๆ น้ำ ถูๆ นิดนึงก็น่าจะโอเค แล้วก็เอาเขียงมาตั้ง แล้วก็หั่นผักลงไป ไม่ต้องชิ้นเล็กนักเพราะนี่คือหั่น ไม่ใช่ซอย จะหั่นตรงหั่นสวยก็ช่างมันไม่ต้องสนใจเพราะเรากินคนเดียว เมื่อผักพร้อมก็ถึงคิวของหมู
เปิดตู้เย็นเอาหมูบดออกมา ทีนี้สายตาผมไปเจอไส้กรอกพอดีก็เลยคิดว่าเราน่าจะผัดกะไส้กรอกด้วย ก็เอาออกมาทั้งคู่ สำหรับหมูให้แกะพลาสติกที่มันหุ้มถาดออก แล้วเอาช้อนตักๆ ให้มันเป็นก้อนๆ หน่อย แยกใส่ชามไว้ตะหาก ผมไม่ได้ล้างนะไม่รู้จะล้างยังไงก็ช่างมัน กินหมูไม่ล้างคงไม่ตายหรอก เค้าคงล้างมาแล้วมั้ง ไส้กรอกนี่มันจะมีพลาสติกหุ้ม ก็ใช้มีดกรีดตามยาว แล้วดึงพลาสติกออก หั่นไส้กรอกเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะเราจะเอามาผัดไม่ได้เอามาทอด ไส้กรอกจะให้สวยต้องหั่นเฉียงๆ แบบที่ร้านเค้าทำ มันจะดูชิ้นนึงยาวขึ้น
เมื่อน้ำมันร้อนพอเพียง (ร้อนพอเพียงนี่ก็ต้องกะเอาเองอยู่ดี) ก็เอาส่วนผสมที่น่าจะสุกยากที่สุด ก็คือเนื้อลงไปก่อนเลย เอาช้อนตักลงไปเป็นก้อนๆ ระวังว่าหมูลงน้ำมันร้อนมันจะกระเด็นนะครับ ก็รีบๆ หย่อนลงไปให้หมดแล้วเดินหลบๆ ออกมาซักเมตรนึงจะเป็นระยะปลอดภัย เอาตะหลิวคอยพลิกด้วยไม่งั้นหมูมันจะไหม้ข้างเดียว พอหมูเริ่มใช้ได้ก็เอาไส้กรอกลงไปทำแบบเดียวกัน ทอดไปซักพักพอหน้าตามันเริ่มจะสุกแล้ว ก็ค่อยเอาผักลงครับ เทลงไปทีเดียวหมดเลย
ก็ผัดๆ คนๆ ซักหน่อย จากนี้ก็ถึงคิวใส่ซอสทั้งหลาย คือน้ำปลา กับน้ำมันหอย น้ำมันหอยมันจะดูง่ายหน่อยเพราะสีมันเข้ม ก็ผัดไปซักพักจนผักมันเปื้อนน้ำมันหอยหมด ผมชอบผัดผักน้ำเยอะๆ ก็เปิดน้ำ (เอาน้ำก๊อกก็ได้ ไม่ต้องขนาดสปริงเคิล หรือมิเนเร่) ใส่ไปซักนิด พอมันน่าจะกินได้แล้ว ก็ปิดเตา ถ้ากระทะมันยังเดือดปุดๆ อยู่เสียวจะร้อนก็ทิ้งไว้รอมันเย็น เทใส่จาน เท่านี้จานแรกก็เรียบร้อย
ไข่ดาว
ส่วนประกอบ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง (เหลือ 9 ฟอง)
ผลลัพธ์+การปรับปรุง
สรุปว่ามื้อแรกที่ผ่านมาก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมก็ยังมีชีวิตรอดมาเขียนบล็อกได้ไม่มีอาการอาหารเป็นพิษแต่อย่างใด (กูก็เก่งเหมือนกันแฮะ) รายการการปรับปรุงมีดังนี้
- ข้าวแข็งไปหน่อย ปรับปรุงโดยใส่น้ำมากกว่านี้
- ไส้กรอกเอามาผัดผักไม่เข้าท่านัก คราวหน้าใช้หมูอย่างเดียวก็พอ
- ทอดไข่เจียวให้เกรียมต้องน้ำมันแม็กซ์กว่านี้อีก แบบไข่แดงเยิ้มๆ นี่เอาไว้ทีหลังละกัน